การตรวจวัดค่า pH และ EC ของดินและน้ำ: ศาสตร์การควบคุมสภาพแวดล้อมเพื่อการใส่ปุ๋ยแม่นยำ
ค่า pH (ความเป็นกรด-ด่าง) และค่า EC (Electrical Conductivity: การนำไฟฟ้าบ่งบอกความเข้มข้นของเกลือ/ปุ๋ย) เป็นปัจจัยชี้ขาดว่าพืชจะสามารถดูดซึมธาตุอาหารที่เราใส่ลงไปได้หรือไม่
1. ค่า pH ของดินและผลต่อการดูดซึมธาตุอาหาร
- ช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพืชส่วนใหญ่: pH 5.5 - 6.5 (กรดอ่อนๆ)
- หากดินเป็นกรดรุนแรง (pH < 4.5): อะลูมิเนียมและแมงกานีสจะละลายออกมาเป็นพิษต่อรากพืช และตรึงฟอสฟอรัสไม่ให้พืชดูดไปใช้
- หากดินเป็นด่าง (pH > 7.5): ธาตุเหล็ก สังกะสี และทองแดง จะตกตะกอน ทำให้พืชแสดงอาการยอดเหลืองซีด
2. ค่า EC (Electrical Conductivity) และความเค็ม
- หน่วยวัด: mS/cm หรือ dS/m
- ค่า EC ในดินปกติควรอยู่ที่ 0.2 - 0.8 mS/cm
- หากค่า EC สูงกว่า 1.5 - 2.0 mS/cm: แสดงว่าดินเริ่มเค็ม มีการสะสมของเกลือปุ๋ยเคมีมากเกินไป พืชจะเกิดอาการ "ใบไหม้ ปลายแห้ง" เนื่องจากน้ำในรากพืชถูกออสโมซิสไหลย้อนกลับสู่ดิน
3. ขั้นตอนการตรวจวัดดินด้วยตัวเอง (วิธี 1:1)
- สุ่มเก็บตัวอย่างดินลึก 10-15 ซม. จาก 5-10 จุดทั่วแปลง นำมาผึ่งลมให้แห้งและบดละเอียด
- ตวงดิน 50 กรัม ผสมกับน้ำกลั่นบริสุทธิ์ (DI Water) 50 มล.
- กวนคนให้เข้ากันเป็นเวลา 5 นาที แล้วตั้งทิ้งไว้ 15-30 นาที ให้ดินตกตะกอน
- จุ่มหัววัดอิเล็กโทรดของเครื่องวัด pH และ EC ลงในสารละลายส่วนใส แล้วอ่านค่า
4. แนวทางการปรับปรุงแก้ไข
| ค่าที่วัดได้ | สภาพดิน | แนวทางปรับปรุงแก้ไข |
|---|---|---|
| pH < 5.0 | ดินเปรี้ยวจัด | ใส่ปูนขาว ปูนโดโลไมท์ หรือปูนมาร์ล อัตรา 100-200 กก./ไร่ |
| pH > 7.8 | ดินด่างจัด | ใส่ยิปซัมการเกษตร (Calcium sulfate) ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หมักกรด |
| EC > 2.0 | ดินเค็ม/ปุ๋ยตกค้าง | ให้น้ำชะล้างเกลือ (Leaching) และงดใส่ปุ๋ยเคมี ใส่ปุ๋ยหมักและไบโอชาร์ |