การแปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่: ชาจมูกข้าว ผงชงพร้อมดื่ม และแป้งข้าวกล้องปลอดกลูเตน
ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry) อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สารแกมมาออไรซานอล และวิตามินอี การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงช่วยเพิ่มรายได้จากข้าวสารกิโลกรัมละ 50-80 บาท สู่หลักร้อยและหลักพันบาท
1. ชาจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่คั่วอบ
- จมูกข้าว (Rice Germ) และรำข้าวส่วนผิว มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด
- ขั้นตอนการทำ:
- ร่อนคัดแยกจมูกข้าวที่สะอาด ปราศจากเศษแกลบ
- นำไปนึ่งสุกด้วยไอน้ำ 15 นาที เพื่อยับยั้งเอนไซม์ไลเปส (Lipase) ป้องกันไม่ให้เหม็นหืน
- อบแห้งและนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนในกระทะสแตนเลสจนส่งกลิ่นหอมกรุ่น สีน้ำตาลอมม่วง
- บรรจุในซองชาเยื่อกระดาษ (Drip Bag หรือ Pyramid Tea Bag) พร้อมชงดื่ม
2. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ผงชงพร้อมดื่ม (Instant Riceberry Powder)
- ผ่านกระบวนการทำให้สุกด้วยเทคโนโลยีเอ็กซ์ทรูชัน (Extrusion) หรือต้มบดละเอียดแล้วผ่านลูกกลิ้งดรัมดรายเออร์ (Drum Dryer)
- ได้ผงข้าวสุกเนื้อเนียน ละลายง่ายทั้งในน้ำอุ่นและน้ำเย็น อุดมด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยพักฟื้น
3. แป้งข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ปลอดกลูเตน (Gluten-Free Flour)
- ข้าวเป็นธัญพืชที่ไม่มีโปรตีนกลูเตนโดยธรรมชาติ จึงตอบโจทย์ผู้แพ้กลูเตนและโรคลำไส้ Celiac Disease
- นำข้าวมาโม่แบบแห้งละเอียดระดับ 100-120 mesh
- ใช้ทดแทนแป้งสาลีในเมนูขนมปัง บราวนี่ คุกกี้ แพนเค้ก และเส้นพาสต้าสีม่วงธรรมชาติ