การใช้งานโดรนการเกษตร (Agricultural Drone): พ่นปุ๋ยยาแม่นยำ ประหยัดเวลา 10 เท่า

คู่มือเลือกซื้อและใช้งานโดรนพ่นยาและปุ๋ยทางใบ การวางเส้นทางบินอัตโนมัติด้วย GPS การคำนวณละอองสาร และกฎหมายใบอนุญาตนักบินโดรน

J

Jakkrapan Won

เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2569

⏱️ อ่านประมาณ 3 นาที3 ครั้ง
การใช้งานโดรนการเกษตร (Agricultural Drone): พ่นปุ๋ยยาแม่นยำ ประหยัดเวลา 10 เท่า

การใช้งานโดรนการเกษตร (Agricultural Drone): พ่นปุ๋ยยาแม่นยำ ประหยัดเวลา 10 เท่า

อากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร (Agricultural Drone) กำลังเข้ามาพลิกโฉมภาคเกษตรกรรมไทย ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดการสัมผัสสารเคมีของเกษตรกร และสามารถฉีดพ่นพื้นที่ 1 ไร่ได้ภายในเวลาไม่ถึง 2-3 นาที

1. จุดเด่นของการใช้โดรนเทียบกับแรงงานคน

  • ประหยัดเวลา: โดรนขนาดถัง 20-30 ลิตร สามารถพ่นได้ 50-80 ไร่ต่อวัน (แรงงานคนพ่นได้ 10-15 ไร่ต่อวัน)
  • ประหยัดน้ำและสารเคมี: หัวฉีดแบบละอองหมอกแรงเหวี่ยง (Centrifugal Nozzle) หรือหัวฉีดแรงดันสูง ช่วยให้ละอองสารขนาด 100-250 ไมครอนเกาะติดใบพืชได้ทั่วถึงทั้งหน้าใบและหลังใบด้วยแรงลมกดจากใบพัด (Downwash)
  • ลดการเหยียบย่ำผลผลิต: แปลงนาข้าวหรือไร่ข้าวโพดไม่เกิดความเสียหายจากการเดินลุยของคน

2. ขั้นตอนการวางแผนการบินพ่นยาอัตโนมัติ

  1. สำรวจและปักหมุดแปลง (Field Mapping): ใช้รีโมตคอนโทรลหรือโดรนสำรวจบินกำหนดขอบเขตแปลง และระบุสิ่งกีดขวาง (เสาไฟ ต้นไม้ใหญ่ อาคาร)
  2. ตั้งค่าพารามิเตอร์การบิน:
    • ความสูงบินเหนือยอดพืช: 1.5 - 2.5 เมตร
    • ความเร็วในการบิน: 4 - 6 เมตรต่อวินาที
    • ความกว้างของแนวพ่น (Spray width): 4 - 6 เมตร
  3. การผสมสาร: ลดปริมาณน้ำลง 70-80% แต่คงปริมาณเนื้อสารเคมี/ชีวภัณฑ์ตามอัตราต่อไร่

3. กฎหมายและใบอนุญาตที่ต้องมีในประเทศไทย

  • โดรนเกษตรที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ต้องขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมกับ กสทช.
  • ขึ้นทะเบียนผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
  • ทำประกันภัยบุคคลภายนอกคุ้มครองวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

💡 แบ่งปันความรู้นี้ให้เพื่อนเกษตรกร

ส่งต่อองค์ความรู้และเทคนิคดีๆ เพื่อพัฒนาการเกษตรกรรมร่วมกัน

RECOMMENDED
📖

บทความที่คุณอาจสนใจ

องค์ความรู้และเทคนิคเพิ่มเติมในหมวดหมู่นี้