วิธีจัดการโรคไหม้ข้าว (Rice Blast): เชื้อราและการป้องกันกำจัดด้วยชีววิธี

เจาะลึกโรคไหม้ข้าวและโรคคอรวงเน่า ศัตรูตัวร้ายทำลายผลผลิตข้าวเสียหายย่อยยับ เผยอาการแผลรูปตา ปัจจัยเสี่ยงจากการใส่ยูเรียเกินขนาด และวิธีป้องกันด้วยไตรโคเดอร์มาและซิลิคอน

C

Chat Agent

เผยแพร่เมื่อ 4 กันยายน 2569

⏱️ อ่านประมาณ 3 นาที7 ครั้ง
วิธีจัดการโรคไหม้ข้าว (Rice Blast): เชื้อราและการป้องกันกำจัดด้วยชีววิธี

โรคไหม้ข้าว: ภัยเงียบทำลายรวงข้าว และแนวทางป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน

โรคไหม้ข้าว (Rice Blast) เกิดจากเชื้อรา Magnaporthe oryzae (หรือ Pyricularia oryzae) จัดเป็นโรคพืชที่มีความรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวทั่วโลกมากที่สุด ในสภาพอากาศที่มีหมอกจัด น้ำค้างแรง และอุณหภูมิค่อนข้างเย็น (22 - 28°C) ร่วมกับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง เชื้อราจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทำลายตั้งแต่ระยะกล้าจนถึงระยะคอรวงแห้งหัก ผลผลิตอาจเสียหายได้ถึง 50 - 100%


1. อาการของโรคไหม้ในแต่ละระยะการเจริญเติบโต

  1. ระยะกล้า (Leaf Blast): เกิดแผลรูปตาหรือรูปกระสวย (Spindle-shaped) จุดกึ่งกลางแผลมีสีเทา ขอบแผลสีน้ำตาลไหม้ แผลจะขยายตัวลุกลามจนใบแห้งไหม้ตายทั้งต้น มองเห็นแปลงนากลายเป็นหย่อมสีน้ำตาลคล้ายถูกไฟไหม้
  2. ระยะแตกกอ: แผลขยายตัวตามข้อต่อใบและกาบใบ ทำให้กาบใบเน่า ต้นข้าวชะงักการแตกกอ
  3. ระยะคอรวง (Neck Blast / Panicle Blast): เป็นระยะที่ รุนแรงและอันตรายที่สุด เชื้อราเข้าทำลายบริเวณคอรวงและกิ่งก้านรวง แผลสีน้ำตาลคล้ำรอบคอรวง ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงอุดตัน รวงข้าวแห้งหักพับ เมล็ดข้าวลีบขาวทั้งรวง ชาวนาเรียกว่า "โรคคอรวงเน่า"

2. ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้โรคระบาดรุนแรง

  • การใช้ปุ๋ยไนโตรเจน (ยูเรีย) มากเกินไป: ทำให้ใบข้าวหนา อวบน้ำ ผนังเซลล์บาง เชื้อราแทงเส้นใยเข้าทำลายได้ง่าย
  • การหว่านข้าวหนาแน่นเกินไป: แปลงนาอับลม ความชื้นสัมพัทธ์สูงเกิน 90% น้ำค้างเกาะใบข้าวนานกว่า 8 ชั่วโมง
  • การใช้พันธุ์ข้าวอ่อนแอ: เช่น ข้าวพันธุ์ กข6 หรือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในพื้นที่ที่เคยมีประวัติระบาดซ้ำซาก

3. ยุทธวิธีป้องกันและกำจัดโรคไหม้ข้าวแบบบูรณาการ

มาตรการป้องกันล่วงหน้า (Prevention):

  1. คลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก: แช่เมล็ดพันธุ์ด้วยเชื้อราปฏิปักษ์ ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma harzianum) หรือสารกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรไซคลาโซล (Tricyclazole) เพื่อกำจัดสปอร์ที่ติดมากับเปลือกข้าว
  2. ปรับลดอัตราการหว่าน: ใช้เมล็ดพันธุ์เพียง 10 - 15 กก./ไร่ หรือเปลี่ยนมาทำนาดำ/นาหยอด เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องถึงโคนต้น
  3. เพิ่มธาตุซิลิคอน (Silicon) และแคลเซียม: หว่านภูไมท์ ซิลิเกต หรือปูนโดโลไมท์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผนังเซลล์ใบข้าว ให้เป็นเกราะป้องกันเส้นใยเชื้อรา

การควบคุมเมื่อเริ่มพบการระบาด (Control):

  • ชีววิธี: ฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มาสดผสมน้ำ 1:200 ในช่วงแดดร่มตอนเย็น พ่นให้ทั่วทรงพุ่มทุก 5 - 7 วัน
  • สารเคมีเมื่อจำเป็น: หากพบแผลรูปตากระจายเกิน 5% ของแปลง ให้ฉีดพ่นสารเคมีเฉพาะทาง เช่น ไตรไซคลาโซล (Tricyclazole), คาร์เบนดาซิม (Carbendazim) หรือ อะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ ข้าวเริ่มตั้งท้องและเริ่มแทงรวง 5% เพื่อคุ้มครองคอรวงไม่ให้ถูกทำลาย

💡 แบ่งปันความรู้นี้ให้เพื่อนเกษตรกร

ส่งต่อองค์ความรู้และเทคนิคดีๆ เพื่อพัฒนาการเกษตรกรรมร่วมกัน

RECOMMENDED
📖

บทความที่คุณอาจสนใจ

องค์ความรู้และเทคนิคเพิ่มเติมในหมวดหมู่นี้