เลี้ยงแพะ: สัตว์เศรษฐกิจใช้พื้นที่น้อย คืนทุนไว ตลาดต้องการสูง
แพะ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กที่มีความทนทานต่อโรคสูง กินพืชอาหารสัตว์ได้หลากหลาย และให้ผลตอบแทนเร็วกว่าโคเนื้อหรือโคนม โดยแพะตั้งท้องเพียง 5 เดือน และให้ลูกครั้งละ 1-3 ตัว เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการสร้างรายได้หมุนเวียน
1. สายพันธุ์แพะยอดนิยมในประเทศไทย
- แพะเนื้อ:
- พันธุ์บูร์ (Boer): ลำตัวสีขาว หัวสีน้ำตาลแดง กล้ามเนื้อแน่น เจริญเติบโตเร็ว น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัย 90-120 กก.
- แพะนม:
- พันธุ์ซาเนน (Saanen): สีขาวล้วน นิสัยเชื่อง ให้น้ำนมเฉลี่ย 2-4 ลิตรต่อวัน
- แพะลูกผสม (Commercial Goats): ผสมระหว่างพันธุ์พื้นเมืองกับพันธุ์บูร์หรือแองโกลนูเบียน ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นและโรคพยาธิได้ดีเยี่ยม
2. การออกแบบโรงเรือนคอกยกสูง (Elevated Housing)
สุขลักษณะของโรงเรือนคือหัวใจสำคัญของการเลี้ยงแพะ แพะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบความเปียกชื้น หากเลี้ยงบนพื้นดินแฉะจะเสี่ยงต่อโรคปอดบวมและโรคกีบเน่า
- ความสูงจากพื้นดิน: 1.5 - 2.0 เมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก และง่ายต่อการกวาดมูลแพะด้านล่าง
- พื้นคอก: ไม้ระแนงหรือแผ่นพลาสติกปูคอก เว้นช่องว่างระหว่างซี่ไม้ 1.5 เซนติเมตร เพื่อให้มูลและปัสสาวะตกลงสู่ด้านล่าง แต่ไม่กว้างจนขากีดแพะติด
- พื้นที่ต่อตัว:
- แม่พันธุ์: 1.5-2.0 ตารางเมตร/ตัว
- พ่อพันธุ์: 2.5-3.0 ตารางเมตร/ตัว
- แพะรุ่น/แพะขุน: 1.0 ตารางเมตร/ตัว
3. สูตรอาหาร TMR (Total Mixed Ration) ลดต้นทุน
การเลี้ยงแบบให้อาหารผสมเสร็จ (TMR) คือการนำอาหารหยาบ (หญ้า, ฟาง) และอาหารข้น (รำ, กากถั่ว, แร่ธาตุ) มาคลุกเคล้าให้เข้ากันในสัดส่วนที่สมดุล ช่วยให้แพะได้รับพลังงานและโปรตีนคงที่
ตัวอย่างสูตร TMR สำหรับแพะขุน (น้ำหนักสด 100 กก.)
- หญ้าเนเปียร์หรือหญ้าแพงโกล่าสับละเอียด: 60 กก.
- กากมันสำปะหลังหมักยีสต์ หรือรำละเอียด: 25 กก.
- กากถั่วเหลืองหรือใบกระถินตากแห้งบด: 12 กก.
- กากน้ำตาล: 2 กก.
- เกลือแกง + แร่ธาตุผงสำหรับแพะ: 1 กก.
⚠️ ข้อควรระวังเรื่องการถ่ายพยาธิและวัคซีน:
ต้องถ่ายพยาธิทางเดินอาหารและพยาธิในตับทุกๆ 3-4 เดือน โดยเฉพาะก่อนเข้าฤดูฝน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ปีละ 2 ครั้ง